ช่วยเหลือเด็กและสตรีในภาวะฉุกเฉิน

เนื่องจากไม่มีค่ายผู้อพยพตามพรมแดนของรัฐฉานในไทย ผู้ลี้ภัยกว่า 200,000 คนที่หลบหนีเข้าประเทศไทยตั้งแต่ปี 2539 จึงต้องหาทางอยู่รอดด้วยการทำงานเป็นแรงงานนอกกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ การขาดสถานภาพด้านกฎหมายทำให้เสี่ยงที่จะถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะสำหรับเด็กผู้หญิงและผู้หญิง หลังจากก่อตั้งองค์กรเมื่อปี 2542 เครือข่ายปฏิบัติงานสตรีไทยใหญ่ ได้รับการร้องขอซ้ำแล้วซ้ำอีกให้หาทางช่วยเหลือเด็กผู้หญิงและผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ลี้ภัย/พลัดถิ่นและต้องประสบความทุกข์ยากและวิกฤตต่างๆ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามคำร้องของพี่น้องไทยใหญ่ ในปี 2544 ทางเครือข่ายฯ จึงเริ่มจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้หญิงในภาวะวิกฤตขึ้น และในปลายปี 2546 เครือข่ายฯ จัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้หญิงตรงชายแดนอีกหนึ่งจุด ศูนย์สงเคราะห์เหล่านี้มีส่วนช่วยเหลือผู้หญิงตามพื้นที่ชายแดนหลายพื้นที่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นในรูปของการให้อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและกฎหมาย (ซึ่งมักเป็นการประสานงานผ่านองค์กรพัฒนาเอกชนอื่น ๆ ที่ให้บริการเหล่านี้อยู่แล้ว) และยังให้บริการให้คำปรึกษา รวมทั้งการฝึกทักษะอาชีพขั้นพื้นฐาน การส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือและการผลิตงานหัตถกรรมสำหรับผู้หญิงที่อยู่ในศูนย์

เครือข่ายฯ ยังจัดชุดการอบรมหลายครั้งตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ไทยสำหรับชุมชนผู้อพยพสี่แห่ง ทั้งในประเด็นเพศสภาพ ความรุนแรงต่อผู้หญิง และการให้คำปรึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งช่วยให้ผู้หญิงในพื้นที่มีทักษะที่จะให้ความช่วยเหลือต่อเหยื่อของความรุนแรงในชุมชนของตนเอง และสามารถทำหน้าที่แกนนำให้ความรู้เพื่อต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง การพัฒนาทักษะและการเชื่อมโยงผู้หญิงเข้ากับเครือข่ายฯ ที่ให้ความสนับสนุน มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลไกแก้ไขวิกฤตในพื้นที่ เพื่อหาทางจัดการกับปัญหาความรุนแรงและการละเมิดทางเพศในชุมชน